บุกเปิดอกคุยถึงถิ่น!!! หญิงสาวชีวิตลำเค็ญ ถูกฤาษีอริเก่าเป่าหูชาวบ้านกล่าวหาเป็น "ผีปอบ" ทำเดือดร้อนหนักทั้งครอบครัว!!!


27 ก.ย. 2560, 18:50



บุกเปิดอกคุยถึงถิ่น!!! หญิงสาวชีวิตลำเค็ญ  ถูกฤาษีอริเก่าเป่าหูชาวบ้านกล่าวหาเป็น "ผีปอบ" ทำเดือดร้อนหนักทั้งครอบครัว!!!

Loading...



เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 ผู้สื่อข่าว ONBNEWS จังหวัดมหาสารคาม รายงานว่า ที่บ้านหนองผือ หมู่ที่ 9  ตำบลหนองกุง  อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม  นายคำเคลื่อน  พณะชัย  นายอำเภอชื่นชม  นายพสธร คณาดี  ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอชื่นชม  และ ร.ต.ประยูร เพชรไพร ผบ.หมวดที่ 3 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคาม  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองกุง  ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีปัญหาความเชื่อเรื่องผีปอบ และเยี่ยมเยียนผู้ได้รับผลกระทบ โดยนำทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไปพูดคุย และประเมินด้านสุขภาพจิตของหญิงที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบและคนในครอบครัว รวม 9 คน  ที่ได้รับความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตมาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา 
 


Loading...

 

ภายหลังจากที่หญิงคนดังกล่าว  และครอบครัวรวม 9 คน  เป็นผีปอบ  พร้อมกับถูกกดดันจากการทำพิธีและการชุมนุมของชาวบ้านบางส่วนที่ต้องการให้ตนยอมรับว่าตนเองเป็นผีปอบ  โดยได้มีการทำพิธีเสี่ยงข้อง  จากการนำของฤาษีคนหนึ่ง  และแกนนำในหมู่บ้าน  ซึ่งเป็นคนที่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ  โดยฤาษีอ้างว่าบ้านของตนมีผีปอบมากกว่า 1,000 ตัว  ซึ่งครอบครัวของตนต้องอยู่ด้วยความหวาดผวา  เกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย  ซึ่งภายในบ้านของตนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบมีด้วยกัน 9 คน  ในจำนวนนี้มีคุณยายวัย 70 ปี ลูกแฝดวัย 12 และลูกวัย 14 ปี รวมอยู่ด้วย

 

 

หญิงคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบ  เปิดเผยว่า  เมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา  มีคนในหมู่บ้านเสียชีวิตในต่างจังหวัด 2 ราย  ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากหัวใจล้มเหลว  แต่มีหมอธรรม ที่เป็นผู้ประกอบพิธีลงความเห็นว่า ตายเพราะผีปอบ  จึงได้มีการชักชวนให้ชาวบ้านลงขันกันไปจ้างฤาษีจากต่างจังหวัดมาทำพิธีปราบ โดยตนเองก็ได้ร่วมลงขันกับเขาด้วย เมื่อฤาษีมาทำพิธีทางไสยศาสตร์ มีผู้ที่ถูกระบุเป็นผีปอบ 3 คน ซึ่งรวมตนอยู่ด้วย  ซึ่งคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบ  ต้องไปทำพิธีกับฤาษี  ต้องไปเสียค่าครูให้กับฤาษี  แต่ตนเองไม่ได้ไป  เพราะตนเองไม่ใช่ผีปอบ

คาดว่าคงจะทำให้ฤาษีไม่พอใจ  จึงได้พาชาวบ้านมาไล่จับปอบ และนำมารวมไว้ที่บ้านของตน  โดยใช้เวลาทั้งหมด 7 วัน จับปอบได้มากกว่า 1,000 ตัว  ซึ่งตนเองตั้งข้อสังเกตว่า  เหตุใดก่อนจะทำพิธี  จะให้คนที่ทำหน้าที่เสี่ยงข้อง  หรือคนที่จับไม้ง่าม  กินเหล้าขาว หรือน้ำอะไรก็ไม่รู้  ที่ฤาษีทำพิธี  ซึ่งที่ตนเคยได้ยินมา  คนที่ทำพิธีเสี่ยงข้อง  ต้องมีการถือศีลไม่ต่ำกว่า 3 วัน  

 


สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 7 วันที่ผ่านมา  พอตกเย็น  จะมีกลุ่มชาวบ้านเดินทางมาทำพิธีที่บริเวณหน้าบ้านของตน  ตนเองและครอบครัวต้องปิดประตูอยู่แต่ในบ้าน  มีการขว้างปาสิ่งของเข้ามา  ส่งเสียงขับไล่  ทำให้ตนเองและครอบครัวต้องอยู่อย่างหวาดผวา  จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ชื่นชม  ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ลงพื้นที่มาดูแลความเรียบร้อย  ก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น  และอยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว  และไม่อยากให้ใครมากล่าวว่าครอบครัวของตนเป็นปอบ  เป็นบ้านผีปอบ


ส่วนเรื่องความเดือดร้อนจากการกระทำตามความเชื่อดังกล่าว ไม่คิดว่าจะไปเรียกร้องฟ้องร้องเอาความผิดกับใคร เพราะไม่อยากมีปัญหากับคนอื่น เพียงแต่อยากให้เข้าใจว่าตนเองและคนในครอบครัวไม่ได้เป็นผีปอบหรือมีพิษภัยอย่างที่ถูกกล่าวหาก็พอใจแล้ว  ตนเองให้อภัยทุกคนทุกการกระทำ  เพราะทานใด ๆ จะยิ่งใหญ่กว่าอภัยทานไม่มีอีกแล้ว


ด้าน  นายราชัน  ไชยบัง  ผู้อำนวยการ รพ.สต.หนองกุง  เปิดเผยว่า  ได้ลงพื้นที่ เข้ามาประเมินความเครียดครอบครัวของหญิงที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบ  ก็พบว่า  ค่อนข้างมีความเครียด  จึงได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจไม่ให้เกิดความเครียด  ได้ให้คำแนะนำไม่ให้ดูคลิป  ซึ่งพื้นฐานของครอบครัวนี้  เป็นครอบครัวที่ยึดธรรมะเป็นที่ตั้ง  เป็นครอบครัวที่มอบโลกในแง่ดี  จึงได้ให้ยึดหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า  


ด้านนายคำเคลื่อน  พณะชัย  นายอำเภอชื่นชม  กล่าวว่า  หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์ ทางอำเภอ จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าทหาร ตำรวจ และสาธารณสุข ก็ได้เข้ามาดูแลที่เข้ามาดูแลทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่ถูกกล่าวหา  ทางฝ่ายปกครองจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ช่วยกันมาดูแลให้ความอุ่นใจ โดยเฉพาะในช่วงมีการประกอบพิธี รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่มาดูแลด้านสุขภาพจิต ส่วนฝ่ายที่กล่าวหา ก็มีการพูดคุยกันไม่ให้มีการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือการละเมิดสิทธิของผู้อื่น หากมีการทำพิธีหรือชุมนุมก็จะต้องไม่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้กับผู้อื่น  เพราะเรื่องความเชื่อเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล  แต่ควรใช้วิจารณญาณและคิดถึงเหตุผลให้ดีก่อนปฏิบัติสิ่งใดลงไปต้องระวังไม่ให้ทำผิดกฎหมายด้วย  ซึ่งหากผู้ที่ถูกกล่าวหามองว่าถูกละเมิดสิทธิ์  มีการก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย  ได้รับผลกระทำจากการถูกกระทำ  ก็สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษ  หรือไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้   





Loading...
Loading...



MOST POPULAR