"สุเทพ" ลุยดอนเมือง ให้สัมภาษณ์หลัง คสช.ปลดล็อค (คลิป)


13 ธ.ค. 2561, 15:17





"สุเทพ" ลุยดอนเมือง ให้สัมภาษณ์หลัง คสช.ปลดล็อค (คลิป)




 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าว ONB news ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ คสช.ปลดล็อคแล้วทางพรรครปช.จะดำเนินขั้นตอนทางการเมืองต่อไปอย่างไรนั้นว่า เราได้ตั้งหลักเอาไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัดในทุกเรื่องทุกประเด็น เพราะเราถือว่าประเทศ จะต้องปกครองด้วยกฏหมาย   ประชาธิปไตยที่ยึดหลักนิติรัฐนิติธรรม  ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฏหมาย พรรคการเมือง นักการเมืองต้องทำตามกฎหมายเป็นตัวอย่าง เพราะฉะนั้นเราจะระมัดระวังในเรื่องนี้มาก จังหวะการเคลื่อนไหวของพรรคเรา เราทำตามที่คำสั่งคสช.หรือกฏหมายอนุญาตให้ทำได้  เราค่อนข้างจะเสียเปรียบเพราะเราตั้งพรรคหลังคนอื่นและกว่าจะได้ออกหาสมาชิกได้ก็ต่อเมื่อการจดทะเบียนพรรคของเราสมบูรณ์แล้ว และเราใช้สิทธิต่างๆนั้น เมื่อคำสั่งคสช.อนุญาตให้หาสมาชิก ตนก็ออกเดินไปทั่วประเทศไทย เพิ่งเดินได้ครึ่งประเทศเอง และที่นี้เมื่อคสช.ประกาศ  ยกเลิกข้อห้ามอื่นๆอีก 9 อย่างตาม 9 คำสั่งคสช. ก็ต้องดูว่าเขาให้เราทำอะไรได้มากน้อยขนาดไหน เช่นบางเรื่อง  ยังประเด็นอยู่  เช่นการจะไปตั้งเวทีปราศรัย ต้อง พูดจาหาเสียงกันให้เป็นเรื่องเป็นราว
       
"ผมฟังดูท่านรองนายกฯวิษณุ เครืองาม ท่านก็บอกว่า  หาเสียงให้ทำหลังจากที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็ต้องดูว่าขณะนี้ปราศรัยหาเสียง ได้หรือไม่ ผมก็ไม่รีบร้อนที่จัดปราศรัย เพราะว่าไม่อยากทำอะไรให้ผิดกฏหมาย ดูให้ชัดเจน แต่ว่าการที่ออกไปเดินคารวะประชาชนทำได้ตลอดเวลา เพราะเป็นการรณงค์ เชิญชวนคนมาเป็นสมาชิกพรรคซึ่งคำสั่งคสช.อนุญาต" นายสุเทพกล่าว    

 

 
                                
เมื่อถามว่า  ตอนนี้มีหลายพรรคชูประเด็นอย่างในส่วนของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  ออกมากล่าวว่า จะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ ก็บอกว่าเห็นด้วยและบอกว่าสมัยนี้ไม่ควรเอาเรื่องการแก้ไข รธน.มาเป็นข้อขัดแย้ง ในส่วนของพรรครปช.นั้นมีความเห็นอย่างไร   นายสุเทพ กล่าวว่า  ในประการแรกตนไม่มีความประสงค์ที่จะพูดจาให้เกิดความขัดแย้งกับพรรคการเมืองไหนทั้งสิ้น ยกเว้นว่าเป็นเรื่องของการพาดพิง ที่เราจำเป็นที่ต้องชี้แจงกับประชาชน  แต่ถ้า ถามความเห็นพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ตอบได้เลยว่า พรรครปช.เป็นพรรคของประชาชนเราฟังเสียงประชาชน เรื่องของรัฐธรรมนูญ มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าประชาชน 16 ล้าน 8 แสนคน ได้ลงประชามติรับรองให้ประกาศใช้ รธน.ฉบับนี้ เพราะฉะนั้นต้องเคารพเสียงประชาชนส่วนหนึ่ง อีกประการคือเราได้พิจารณาเห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้มันมีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน เพราะฉะนั้นเหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่พรรครปช.จะยืนหยัดปกป้องรธน.ไม่แก้ไข ไม่ยอมให้ใครยกเลิกรธน.ฉบับนี้  เท่าที่เราทำได้เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนมากกว่า   




เมื่อถามว่า การเตรียมความพร้อมในการหาเสียงของพรรครปช.จุดขายที่จะให้คนมาเลือกพรรครปช.ที่เป็นพรรคใหม่ นอกจากตัวนายสุเทพแล้วมีอะไรอีกที่เป็นจุดขาย นายสุเทพ กล่าวว่า  ตนไม่ใช่จุดขาย เพราะตนบอกแล้วว่าตนไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งแบ่งเขตหรือแบบบัญชีรายชื่อ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่จุดขายแต่จะไปช่วยทำงานให้กับผู้สมัครของพรรคในแต่ละเขตแต่ละพื้นที่เท่าที่กำลังความสามารถระยะเวลาที่จะไปได้ เพราะตนเป็นสมาชิกพรรคคนหนึ่ง เป็นคนภายในไม่ใช่คนภายนอก ทำได้เต็มที่  ส่วนในเรื่องนโยบายของพรรค  ต้องรอคณะกรรมการนโยบายฯจัดทำเสร็จแล้ว  ประชาชนให้การรับรองแล้วก็จะสามารถประกาศออกมา    
                                                   
 เมื่อถามว่าจะประกาศได้ก่อนปีใหม่หรือไม่ นายสุเทพ  กล่าวว่าไม่ทราบว่ากรรมการนโยบายจะเสร็จเมื่อไร ตนไปพบไปเห็นอะไรมา ก็มารายงานเขาว่าออนโยบายควรจะต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ส่วนความพร้อมในการส่งตัวผู้สมัครจะส่งครบทั้งหมดหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่าคิดว่าเป้าหมายคือต้องพยายามให่ได้ 350 เขต แต่อาจจะมีปัญหา มีอุปสรรคติดขัดด้วยข้อจำกัดทางกฏหมายอยู่บ้างเช่น กฎหมายบอกว่าจะต้องมีการทำไพมารีโหวต และการทำไพมารีโหวต จะต้องทำโดยตัวแทนพรรคประจำจังหวัดหรือสาขาพรรค  การที่จะมีตัวแทนประจำจังหวัดได้หมายความว่า ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 100คน บางจังหวัดจะเอาสมาชิกในเขตเลือกตั้งเดียวกันมา100คน ก็จะยาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ จะเป็นอุปสรรค คิดว่ากกต.ควรจะดูประเด็นข้อกฏหมายเหล่านี้ให้ชัดเจน แล้วว่างกฏเกณฑ์กติกา  แล้วค่อยให้พรรคการเมืองปฏิบัติได้โดยถูกต้องมันก็จะไม่เป็นปัญหา        
    
       เมื่อถามว่าในเรื่องของบัตรเลือกตั้งที่เป็นประเด็นถกเถียงว่าควรจะเป็นพรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศและทางกกต.เห็นว่าให้พรรคการเมืองไปหารือกันแล้วเสนอเข้ามานั้น ตรงนี้มองอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่าคิดว่าให้พรรคการเมืองไปพูดคุย  คงหาข้อสรุปยาก เพราะว่าแต่ละคนชอบคนละอย่าง  กกต.เอง ควรกำหนดรูปแบบและวิธีการให้ชัดเจน  เมื่อมั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดและจะทำ เป็นกลางและชอบธรรมแล้วก็ดำเนินการไป  
 " ผมจะเรียนว่า สำหรับความคิดของผม ผมคิดการที่ผู้สมัครแต่ละคนในแต่ละเขตเลือกตั้งจะมีหมายเลขประจำตัวแตกต่างกันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปวิตก มันเคยมีมาให้ประเทศไทยผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้ง มาจับฉลากก็ได้เบอร์แตกต่างกันไปไม่เห็นต้องเหมือนใครในประเทศ มียุคหนึ่งที่ก็มีบัตรเดียว เบอร์เดียว หมายความว่า ทุกคนที่สมัครในพรรคได้หมายเลขเดียวกัน ผมไม่คิดว่าผลการเลือกตั้งจะแตกต่างเพราะรูปแบบของบัตรเลือกตั้ง ประชาชนก็คิดได้ ต่อให้คุณได้หมายเลข127 แล้วประชาชน ก็พลิกหาหมายเลข127กาให้คุณได้" นายสุเทพกล่าว 

เมื่อถามว่า  เชื่อว่าประชาชนจะจดจำตัวผู้สมัครมากกว่านายสุเทพกล่าวว่า ไม่ใช่  ประชาชนเวลาจะใช้สิทธิเลือกตั้ง เขาก็คิดหลายตลบ แต่เมื่อเขาคิดแล้ว เขาจะตัดสินใจเลือกเบอร์ไหน จะอยู่ตรงไหนเขาก็หาจนได้

เมื่อถามว่า  เห็นว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)จะให้ทนายไปขอความเมตตาจากศาล เพื่อให้ศาลช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องคดี นายสุเทพ กล่าวว่าเรื่องของนายธาริต ที่ผ่านมานายธาริต กับทนายเป็นฝ่ายแถลงข่าวเอง และอาจจะทำให้เกิดความสับสนในหมู่พี่น้องประชาชนที่สนใจติดตามเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงคือ ตนฟ้องคดีนายธาริต นายธาริตให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายครั้งหลายหน กล่าวหาในทำนองว่าตนทุจริตในการก่อสร้าง สถานีตำรวจ ตนก็พยายามชี้แจงนายธาริตหลายครั้ง นายธาริตก็ยังกล่าวหาตนไม่หยุด ในที่สุดก็ต้องดำเนินคดีกับนายธาริต ในข้อหาหมิ่นประมาท สู้คดีมาหลายปี นายธาริต ก็ไม่เคยมีทีท่าว่าจะสำนึก จนกระทั่งเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ทราบจนคดีมาถึงศาลฎีกา นายธาริต วิ่งเต้นเข้าหาผู้ใหญ่มาเจรจากับตนซึ่งตอนแรกก็ไม่ต้องการกล่าวถึงท่าน แต่นาธาริตก็เอยถึงท่านคือนายคณิต ณ.นคร ท่านจะขอให้นายธาริต เอาดอกไม่ธูปเทียนมากราบขอขมาตน ตนก็บอกไม่ต้องมา เพราะไม่อยากเจอนายธาริต

 

 

 

แต่เมื่อนายคณิตร้องขอมา ว่าขอให้ช่วยหน่อย ตนก็บอกว่า คงต้องปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายและทนายความที่เขาทำคดีเรื่องต่างๆให้ตนทำคดีให้มวลมหาประชาชน เพราะเรื่องนายธาริตเกี่ยวพันเยอะในระหว่างนั้น ทนาย ก็ไปดำเนินการและมาบอกว่าไม่ควรจะยอมความ เพราะว่ามันจะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน เพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งที่ถูกนายธาริต รังแก ตนก็ดูด้วยเหตุผลทั้งหลายพบว่า  เฉพาะคดีที่ตนเกี่ยวข้องกับนายธาริตมีหลายคดี ที่ฟ้องอยู่ยังมีคดีอื่นๆอีกคดีที่นายธาริตให้การเป็นพยานตั้งแต่ปี 2552/2553  มาจนถึงคดีปี  2556,2557 เป็นเรื่องที่นายธาริตคงไปอาศัยให้ตนยอมความแล้วจบเรื่องนี้ คงไม่ได้ เพราะฉะนั้นดูแล้วสิ่งที่ที่ปรึกษากฏหมายและทนายแนะนำนั้น ตนตอบไปว่าไม่สามารถยอมให้ความได้ และนายธาริตคงใช้ชั้นเชิงทางกฎหมายเลยรีบออกมาแถลงขอขมา แล้วอ้างว่า ผมได้ตกลงยอมความแล้วกับอาจารย์คณิต ก็ต้องบอกว่าไม่เป็นความจริง และนายธาริตจะเอาสิ่่งเหล่านี้ไปเป็นหลักฐานยื่นต่อศาลแล้วแต่นายธาริต ผมไม่ได่มีความสามารถที่จะไปชี้แจงมากกว่านี้

เมื่อถามว่า ตรงนี้แสดงว่านายธาริตมีความจริงใจที่จะขอโทษ หรือ เพราะขอโทษเพื่อขอให้ศาลเมตตาในคดีอื่นที่ถูกฟ้องเหมือนกัน นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าประชาชนติดตามดู การพูดการจาการแถลงข่าวของนายธาริตที่ผ่านมาคงเข้าใจได้ ตนไม่ต้องให้ความเห็นเพิ่มเติม

 

 

คลิป

 



คำที่เกี่ยวข้อง : #กำนัน   #เทพเทือก   #รปช