"เขื่อนวชิราลงกรณ" ขอขยายเวลาการระบายน้ำ 58 ล้าน ลบ.ม. ไปจนถึง 30 ก.ย.นี้


8 ก.ย. 2561, 15:08





"เขื่อนวชิราลงกรณ" ขอขยายเวลาการระบายน้ำ 58 ล้าน ลบ.ม. ไปจนถึง 30 ก.ย.นี้




ผู้สื่อข่าว onbnews รายงานว่า นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ (อขว.) เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  

ดังนั้น นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ ทำการแทนผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือที่ กฟผ.954400/00237 ลงวันที่ 7 กันยายน 2561 เรื่อง ขอขยายเวลาการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ กรณีพิเศษ ถึงหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดกาญจนบุรี ระบุว่า ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ ปัจจุบันได้มีการระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำฯ โดยจะระบายผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้าน ลบ.ม. และระบายผ่าน ทางระบายน้ำล้น (Spillway) วันละ 15 ล้าน ลบ.ม. รวมเป็นการระบายน้ำ วันละ 58 ล้าน ลบ.ม. จนถึงวันที่ 10 กันยายน 2561 นั้น เนื่องด้วยปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูฝน มีผลทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุม จึงขอขยายระยะเวลาการระบายน้ำวันละ 58 ล้าน ลบ.ม. ต่อไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 (ม.รทก.) โดยข้อมูล ณ วันที่ 8 กันยายน 2561 เวลา 7.00 น. มีปริมาณน้ำในเขื่อน 8,449 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 95 % ซึ่งคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีมติให้เร่งพร่องน้ำออกไป เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน ในช่วงเดือนกันยายนนี้ จึงมีมติปรับแผนการระบายน้ำ วันที่ 7-10 กันยายน 2561 ระบายน้ำเฉลี่ย 58 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน (โดยจะระบายผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และผ่านทางน้ำล้น (Spillway) วันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร)

ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 411 ล้านลูกบาศก์เมตรและได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยมีการบริหารจัดการน้ำในอ่างให้อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ หากสถานการณ์น้ำมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีการปรับแผนระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอีกครั้ง

ทั้งนี้ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ มีการรายงานแผนการระบายน้ำ ให้หน่วยงานราชการในจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดราชบุรี ทราบเป็นประจำทุกวันจันทร์ของสัปดาห์

ด้านความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน เขื่อนวชิราลงกรณ มีการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานสากลโดยมีหน่วยงานด้านบำรุงรักษาเขื่อนฯ ทำการตรวจสอบเขื่อน เป็นประจำทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ทุกปี และโดยคณะกรรมการตรวจประเมินความปลอดภัยเขื่อนฯ ทุกๆ 2 ปี หรือ เมื่อมีเหตุการณ์ที่จะส่งผลกระทบกับตัวเขื่อน เช่น ฝนตกหนัก ระดับน้ำในเขื่อนมากกว่า 80% หรือ มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ก็จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเขื่อนด้วยเครื่องมือวัดที่ติดตั้งไว้ภายในตัวเขื่อนและบริเวณใกล้เคียงทันทีเพื่อรายงานและวิเคราะห์ผลทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น จึงขอให้ประชาชน มีความมั่นใจ ในความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน

ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ จะมีการประเมินสถานการณ์น้ำ อาจมีการปรับแผนเพิ่มหรือลดการระบายน้ำพร้อมทั้งจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบก่อนล่วงหน้าภายใน 3 วัน กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ ขอยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง./