"บิ๊กตู่" มอบนโยบายเอกอัครราชทูตและผู้ว่าฯ ในจังหวัดชายแดน เน้นบูรณาการการทำงานกับเพื่อนบ้านอย่างไร้รอยต่อ


10 ส.ค. 2561, 13:57





"บิ๊กตู่" มอบนโยบายเอกอัครราชทูตและผู้ว่าฯ ในจังหวัดชายแดน เน้นบูรณาการการทำงานกับเพื่อนบ้านอย่างไร้รอยต่อ




เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 10 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าว onbnews รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างเอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย กับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน 32 จังหวัด เพื่อมอบนโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนในมิติด้านการต่างประเทศ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาจังหวัดชายแดนของไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี รวมถึงรับฟังข้อเสนอของเอกอัครราชทูตไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด



โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า หลายประเทศมีผู้นำรุ่นใหม่  คณะรัฐมนตรีใหม่ จึงอยากให้ทุกคนได้ติดตามศึกษาแนวคิดใหม่ๆของแต่ละประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแนวคิดประชาธิปไตยตะวันตก รวมถึงประชาธิปไตยแบบสังคมนิยมโดยขอให้ศึกษารายละเอียดให้ดี เหล่านี้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่ยังอยู่ในกรอบไม่ต่างจากของเดิมมากนัก เพราะผู้นำต่างก็สืบสานต่อกันมา ทั้งนี้ ในส่วนของการทำงานร่วมกับผู้นำรุ่นใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะบางอย่างได้ทำไปแล้ว บางอย่างกำลังทำอยู่ซึ่ง บางครั้งของเดิมก็ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ต่างประเทศก็จำเป็นต้องเปลี่ยนท่าทีบ้างเล็กน้อย ซึ่งเราจะต้องสร้างความเข้าใจ ว่าสิ่งที่ทำมาแล้ว ถ้าเปลี่ยนแปลงทั้งหมดด้วยการเมืองก็จะอันตราย เพราะมีตัวอย่างอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ความเป็นอาเซียนรู้อยู่แล้วว่า ต้องระมัดระวังเพราะอย่างไรก็คืออาเซียน อาเซียนนั้นพัฒนาแตกต่างจากตะวันตก  เพราะทำได้ค่อนข้างช้า ค่อนข้างตกลงกันไม่ได้ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลนโยบายต่างๆก็เปลี่ยน ซึ่งต่างจากตะวันตก ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนมากนัก มีเพียงนโยบายไม่กี่เรื่องที่จะเปลี่ยน ว่าจะเห็นว่าในทางตะวันตกไม่ค่อยมีปัญหารายละเอียดในเวทีต่างประเทศ อาเซียนเป็นประเทศที่มีรายได้น้อย มีปัญหามาก ทำให้เรื่องหลักๆเดินหน้าไม่สำเร็จเสียที เรายังไปไม่ถึงจุดที่ชาติตะวันตกเป็น จะทำอย่างไรที่จะไปถึงจุดนั้นได้ แม้หลายแนวคิดจะดี แต่เรายังไปไม่ถึง

มีหลายฝ่ายอยากให้เราไปถึงตรงโน้นเอาเรื่องราวนั้นมาใส่เข้าไป แล้วปัญหาเราที่มันมีมากอยู่แล้ว ก็มากขึ้นไปเรื่อยเรื่อย กระทั่งหาทางออกไม่ได้ นั่นก็ทำให้ทำงานไม่ได้ ทุกคนรู้หมด นักวิชาการ สื่อมวลชน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร และ ไม่รู้ในสิ่งที่เราทำไปแล้ว วันนี้เขาต่างพูดไปด้วยหลักการ ซึ่งผมจะไปทะเลาะกับเขาไม่ได้ทุกคน จะต้องช่วยกัน เพราะนี่คือรายละเอียดที่จะทำให้งานสำเร็จ สิ่งสำคัญที่สุดในนโยบายต่างประเทศ คือทำอย่างไรที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่จะนำความเปลี่ยนแปลง มาสู่อาเซียนทางพฤตินัย ไม่ใช่การกล่าวอ้าง ว่าเราจะเป็นผู้นำอาเซียน ซึ่งเราจะต้องเป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลงในอาเซียนให้ได้”


การประชุมอาเซียนในครั้งหน้าในเวลาอันไกลนี้ อะไรที่เป็นปัญหาและอุปสรรคจะต้องหรือร่วมกันภายใต้หลักการ โดยต้องทำวันนี้ เพราะประเทศไทยกำลังจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า ซึ่งตอนนั้นใครจะเป็นรัฐบาลก็ไม่รู้ แต่ไทยก็จะเป็นเจ้าภาพอยู่ดี ขออย่าให้เกิดปัญหาเหมือนกับการประชุมอาเซียนที่ประเทศไทยครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมไม่ได้ ไปทบทวนกันดูว่าใครมันเกี่ยวข้องบ้าง ในการทำงานวันนี้ต้องใช้กลไก กฎหมาย วิธีการใหม่เพื่อให้ไทยมีที่ยืนในเวทีโลก การทำงานจะต้องยึดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ไทยนิยมยั่งยืน  ประชารัฐ ไม่ใช่ประชานิยม ไม่ใช่นโยบายที่จะสืบทอดอำนาจ