"เจ้าของร้านอาหาร" มั่นใจสถานการณ์น้ำริมแม่น้ำแม่กลอง เชื่อเขื่อนเอาอยู่ถึงแม้ระบายเพิ่ม เตือนประชาชนอย่าเล่นน้ำเพื่อความปลอดภัย


6 ส.ค. 2561, 08:19





"เจ้าของร้านอาหาร" มั่นใจสถานการณ์น้ำริมแม่น้ำแม่กลอง  เชื่อเขื่อนเอาอยู่ถึงแม้ระบายเพิ่ม เตือนประชาชนอย่าเล่นน้ำเพื่อความปลอดภัย




จากกรณีเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ แจ้งทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิมวันละ 36 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็น  39 ล้านลูกบาศก์เมตรและเพิ่มเป็น 43 ล้านลูกบาศก์เมตรในวันที่ 6 สิงหาคม 61 ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จะทยอยปรับเพิ่มจากเดิมวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 18 ล้านลูกบาศก์เมตรและเพิ่มเป็น 20 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนแม่กลองเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วงเพิ่มการระบายไปตามน้ำสาขา คลองระบาย คลองชลประทานและลงแม่น้ำแม่กลอง 64 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน หรือ 742 ลบ.ม./วินาที

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสำรวจจุดที่แม่น้ำแควน้อย และแควใหญ่ไหลมาบรรจบกันเป็นต้นน้ำแม่กลอง ที่บริเวณตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จากการตรวจสอบพบระดับน้ำบริเวณตลิ่งสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนกระแสน้ำจากแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ ค่อนข้างไหลเชี่ยว และพบว่าเมื่อน้ำทั้งสองสายไหลมาบรรจบกัน ทำให้กระแสน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองบริเวณดังกล่าวรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยสามารถสังเกตได้จากเศษสวะ กิ่งไม้ รวมทั้งผักตบชวา ที่ไหลมาจากแม่น้ำทั้ง 2 สาย เมื่อเข้าสู่ต้นน้ำแม่กลอง จะลอยไปตามน้ำอย่างรวดเร็ว แต่ภาพรวมทั้งหมดยังคงอยู่ในสภาวะปกติ นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาล่องแพได้ด้วยความสบายใจแต่ต้องห้ามไม่ให้ลงไปเล่นน้ำโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะในลำน้ำแควน้อยสีน้ำจะขุ่นแดง ต่างกับลำน้ำแควใหญ่จะมีสีใสไม่ขุ่น

ทั้งนี้นายพลวุธ สมประสงค์ ผู้ประกอบการร้านอาหาร  แม่น้ำแพอาหารที่ตั้งอยู่ต้นน้ำแม่น้ำแม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำ ณ ตอนนี้ถือว่ายังเป็นปกติ ปริมาณน้ำยังไม่ขึ้นแต่มีความแรงเพราะว่า ทางเขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ ได้เพิ่มการระบายน้ำ ติดต่อกันมาหลายวัน จะสังเกตได้ว่าแม่น้ำแควน้อยซึ่งทางเขื่อนวชิราลงกรณได้ทำการปล่อยน้ำลงมา กระแสน้ำจะแรงสวนกระแสน้ำ ทางฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ยังนิ่งปกติ ส่วนน้ำบริเวณตลิ่งขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ภาพรวมถือว่ายังเป็นปกติทุกจุด แต่ไหลแรงเท่านั้นเอง จึงถือว่ามีความปลอดภัย

ที่สำคัญทางเขื่อนได้ทำการแจ้งให้ประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำ ทราบตลอดเวลา ซึ่ง จุดนี้คือจุดที่แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ไหลมาบรรจบกันเป็นต้นน้ำแม่กลอง จากนั้นไหลสู่ลงอ่าวไทยผ่านในหลายจังหวัดไปจนถึงจังหวัดสมุทรสงคราม

พวกเราในฐานะผู้ประกอบการ ร้านอาหารและชาวเรือ-ชาวแพ ก็ได้ช่วยกันเฝ้าระวังสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงและหากพบสิ่งผิดปกติ เราก็จะทำการรายงานให้กับทางการทราบที่ผ่านมาเราได้เฝ้าจับตาดูปริมาณน้ำทั้งกลางวันและกลางคืนมานานหลายวันแล้ว ซึ่งเราต่างก็ได้ช่วยกันมาตลอด

นอกจากนี้ สื่อมวลชน ในพื้นที่ก็ยังได้ช่วยกัน แจ้งให้กับทาง ผู้ประกอบการและหน่วยงานราชการทราบ ท่านจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ก็ได้กำชับให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแล ถ้ามีสิ่งใดผิดปกติเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำก็ให้ช่วยกันแจ้ง

ซึ่งช่วงนี้นับว่าโชคดีที่ฝนไม่ตกลงมาที่ท้ายเขื่อน แต่เพียงแค่ตกลงมาปรอยๆเท่านั้น ทำให้รู้สึกสบายๆ เนื่องจากอากาศดี จากการที่ฝนไม่ตกที่ท้ายเขื่อนทำให้สถานการณ์น้ำไม่มีเพิ่มเติมเข้ามาบริเวณท้ายเขื่อน โดยเฉพาะบริเวณต้นน้ำแม่กลองแห่งนี้

พวกเราไว้ใจ ในตัวเขื่อนของจังหวัดกาญจนบุรี ว่ามีความแข็งแรงมั่นคงที่ผ่านมา เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ ก็ได้มีการประสานงานกับเขื่อนท่าม่วงของกรมชลประทาน มาโดยตลอด สำหรับเขื่อนแม่กลอง อำเภอท่าม่วง อยู่ห่างจาก จุดนี้ไปประมาณ 12-13 กิโลเมตร

นายพลวุธ สมประสงค์ เปิดเผยต่อว่า ส่วนตัวเชื่อว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารที่อยู่ริมแม่น้ำ มีความเชื่อว่าทางเขื่อนสามารถดูแลน้ำในจังหวัดกาญจนบุรีได้เป็นอย่างดี โดยให้ความเชื่อมั่นและไว้ใจที่สุด เราเฝ้าติดตามสถานการณ์ ซึ่งทางเทศบาลเองก็ได้เตือนเรามาโดยตลอดทำให้ทุกคนได้รับรู้แล้วเฝ้าระวังกันไป

พวกเราผู้ประกอบการร้านอาหารและชาวเรือชาวแพ ได้ประกอบอาชีพกันมานานหลายปี สิ่งที่เราตระหนักที่สุดนะตอนนี้ คือเรื่องการล่องแพ เราได้ขอความร่วมมือไปถึงนักท่องเที่ยวที่มาล่องแพ โปรดใช้ความระมัดระวัง ในการเล่นน้ำ และหากเป็นไปได้ก็ขอให้อยู่บนแพ เพราะกระแสน้ำค่อนข้างไหลเชี่ยวอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวไม่ปลอดภัยหากลงไปเล่นน้ำ

แต่อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยว สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตามปกติ แต่เพียงแค่ขออย่าให้ลงไปเล่นน้ำเท่านั้นก็พอ ซึ่ง แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดกาญจนบุรีนั้นดีอยู่แล้ว แต่ด้วยวิกฤตของพายุฝนหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้น้ำเพิ่มเยอะ เราจะต้องช่วยกันดูแลซึ่งกันและกันแต่ไม่ต้องตื่นตระหนก

การนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารและชาวเรือชาวแพ ต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการเฝ้าระวังและเตือนประชาชนในพื้นที่ตลอดเวลาได้เป็นอย่างดี

 



 


 








MOST POPULAR