พ่อแม่ยุคใหม่ ต้องสร้าง “วัคซีนใจ” ให้ลูกยุคไซเบอร์


พ่อแม่ยุคใหม่ ต้องสร้าง “วัคซีนใจ” ให้ลูกยุคไซเบอร์



4 ก.ค. 2561, 15:02

                  เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสความเจริญทางด้านเทคโนโลยี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อสภาพสังคมในปัจจุบันอย่างมาก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในครอบครัว การปฏิสัมพันธ์กันของคนในสังคม โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่น ที่ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงหากรู้ไม่เท่าทันเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราจึงควรสร้างวัคซีนใจให้เด็กไทยรุ่นใหม่ เพื่อให้เด็กมีจิตใจที่มั่นคง เข้มแข็ง สามารถฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคในชีวิตและอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมได้อย่างดีและมีความสุข ซึ่งหากเด็กได้รับทั้งวัคซีนป้องกันโรคทางกายและวัคซีนทางใจด้วย ก็จะเติบโตเป็นคนที่สมบูรณ์พร้อม คือมีทั้งสุขภาพกายที่ดี เป็นคนเก่ง คนดีและมีความสุข    

วัคซีนใจ มาจากไหน?

วัคซีนใจ...มาจากการเลี้ยงดูเป็นหลัก ซึ่งพ่อแม่สามารถเริ่มให้วัคซีนใจกับลูกได้ตั้งแต่แรกเกิดและจะต้องให้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 5 ขวบแรก ซึ่งเป็นวัยทองของชีวิตจะได้ผลดีที่สุด 

 



วัคซีนใจที่สำคัญและจำเป็นต้องให้ มี 6 เมนู คือ 


1.ใหัความรักดูแลเอาใจใส่ เด็กจะมีจิตใจมั่นคง มีอารมณ์สุขุมหนักแน่น 

2.ให้ลูกมีโอกาสได้เล่นเพื่อเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่น ฝึกการยอมรับ เรียนรู้การเป็นผู้นำ ผู้ตามและนำมาใช้ในชีวิตจริง 

3.ให้ลูกมีโอกาสช่วยเหลือตนเอง เด็กจะรู้จักคิด รู้จักทำ มีความรับผิดชอบ รู้จักพึ่งพาตัวเอง 

4.ฝึกนิสัยให้เด็กรู้จักการรอคอย อดทนและอดกลั้น เด็กจะควบคุมอารมณ์ได้ดี รู้วิธียับยั้งชั่งใจจากสิ่งที่มายั่วยุ และเคารพกฎกติกาของสังคม 

5.เปิดโอกาสให้ลูกรู้จักปรับตัว เผชิญและแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง เด็กจะรู้จักแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 

6.ฝึกเด็กให้รู้จักการให้ การช่วยเหลือ และการเข้าใจคนอื่น 

แพทย์หญิงกุสุมาวดี คำเกลี้ยง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ได้ให้คำแนะนำกับคุณพ่อคุณแม่ว่า การให้วัคซีนใจต้องให้ตามช่วงวัยที่กำหนด คือตั้งแต่แรกเกิดจนถึงก่อน 6 ขวบ หากให้ช้าเกินไป จะให้ผลดีไม่มากเท่าที่ควร 
วัคซีนที่สำคัญและจำเป็นที่สุด คือ การให้ความรัก การดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิดตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องทุกช่วงวัย การให้วัคซีนใจมีหลักปฏิบัติ 4 ประการ คือ 

1.ต้องให้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย 

2.ให้อย่างถูกวิธีโดยพ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่าง ซึ่งลูกจะซึมซับทั้งคำพูดและการกระทำของพ่อแม่ตลอดเวลา การฝึกสอนที่ได้ผลดีที่สุดคือการทำให้ลูกเห็น เพื่อให้ลูกทำตาม 

3.ให้อย่างได้ผลโดยใช้เทคนิคต่างๆหลากหลายเช่น ชื่นชมเมื่อเด็กทำได้ หรือโอบกอด ลูบศีรษะ หอมแก้ม ให้กำลังใจและปลอบใจเมื่อลูกทำไม่ได้ พูดคุยกับลูกบ่อยๆเมื่อลูกยังเล็กและรับฟังลูกให้มากเมื่อลูกโตขึ้น 

4.ให้อย่างมีคุณค่า ถูกเวลา เหมาะสมกับวัย เช่น เปิดโอกาสให้ลูกช่วยเหลือตนเองเมื่อลูกเริ่มอยากทำอะไรด้วยตนเอง และต้องให้อย่างพอดี โดยไม่ปกป้องหรือตามใจลูกมากเกินไป จนทำให้ลูกไม่รู้จักโต เอาแต่ใจตัวเอง คอยพึ่งพาพ่อแม่


เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองลงทุนให้วัคซีนใจลูกรุ่นเจนแซดไปแล้ว จะได้ผลคุ้มค่าในระยะยาวอย่างน้อย 3 เรื่องคือ 1.หายห่วงเพราะวัคซีนใจจะช่วยให้ลูกรู้จักทำอะไรด้วยตนเอง พึ่งพาตัวเอง ไม่เป็นภาระของพ่อแม่ 2.ภาคภูมิใจ เพราะลูกเปรียบเสมือนตัวแทนของพ่อแม่ ถ้าลูกมีความเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ สามารถทำอะไรได้ดี เป็นคนที่สังคมชื่นชม ก็เสมือนว่าพ่อแม่มีคุณสมบัตินั้นๆด้วยที่เรียกว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นนั่นเอง และ 3.ได้พึ่งพา ลูกที่ได้รับความรักอย่างคุ้มค่าเต็มอิ่ม จะผูกพันกับพ่อแม่ไม่เสื่อมคลาย ลูกที่ได้รับการเรียนรู้ให้เข้าใจจิตใจของคนอื่น จะเป็นผู้ให้ด้วยความเต็มใจ และลูกที่ได้รับการฝึกฝนให้ยืนหยัดด้วยตัวเอง จะเป็นหลักพักพิงให้กับพ่อแม่ได้แน่นอน 
 



คำที่เกี่ยวข้อง : #ครอบครัว   #คุณพ่อคุณแม่  





ติดตาม ONB NEWS Fans Page







ข่าวน่าสนใจ




















กดติดตาม ONB news คุณจะทราบข่าวสารก่อนใคร