"โรคบีดีดี" คุณเป็นโรคนี้อยู่หรือไม่ ? คนไทยสมัยใหม่ป่วย คิดหมกมุ่นรูปลักษณ์ตัวเอง "ไม่เป๊ะ-ปัง- เว่อร์"


"โรคบีดีดี" คุณเป็นโรคนี้อยู่หรือไม่ ? คนไทยสมัยใหม่ป่วย คิดหมกมุ่นรูปลักษณ์ตัวเอง "ไม่เป๊ะ-ปัง- เว่อร์"



4 มิ.ย. 2561, 17:05



โรคบีดีดี ( Body Dysmorphic Disorder :BDD ) หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า"โรคคิดหมกมุ่น" เกิดจากการให้คุณค่าเรื่องรูปลักษณ์ของตนเองมากจนเกินไป หรือมีความคาดหวังเกิดขึ้น อยากให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือไม่สามารถยอมรับรูปลักษณ์ของตนเองที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้ ทั้งๆที่รูปร่างตนเองก็เป็นปกติทั่วไป  จนเกิดความทุกข์ เครียด วิตกกังวล อย่างซ้ำซาก ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือเกิดข้อจำกัดต่างๆทางสังคม รวมทั้งสัมพันธภาพกับคนอื่น

โรคบีดีดี เกิดขึ้นได้อย่างไร?
นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ โฆษกกรมสุขภาพจิต บอกว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากความผิดปกติของการหลั่งสารเคมีในสมอง และในทางจิตวิทยาเชื่อว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดมาจากค่านิยม เช่นความงาม   และความเชื่อทางสังคม ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งและอาจทำให้อัตราการป่วยโรคนี้เพิ่มสูงขึ้นได้  คือกระแสสังคมที่ให้ความสำคัญกับค่านิยมเรื่องความสวยความงามทิศทางเดียวกันทั่วโลก เพื่อทำให้ตัวเองดูดีขึ้นผ่านการโฆษณา ตามสื่อต่างๆ หรือแม้วงการบันเทิง จึงเป็นตัวกระตุ้นอยากให้ตัวเองดูดี เรียกว่า อยากจะ “ เป๊ะ ปัง เว่อร์ “ เหมือนกับพรีเซนเตอร์  ดารา หรือเน็ตไอดอล



ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ารูปร่าง อวัยวะที่ตัวเองมีไม่สวย ไม่ดี อยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่คนรอบข้างก็บอกว่าดีแล้ว ไม่เห็นผิดปกติแต่อย่าง ผู้ป่วยโรคนี้ก็จะพยายามทำให้ดีขึ้น ด้วยการทำศัลยกรรม บางคนทำแล้วดีก็ดีไป แต่บางคนทำแล้วก็ยังไม่ใจ ทำบ่อย ทำซ้ำ แต่ผลไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ยิ่งก่อให้เกิดความกังวล ความเครียดจากการคิดหมกมุ่น ส่งผลผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยพบว่ากว่าร้อยละ 90 ลงท้ายด้วยการมีภาวะซึมเศร้า  เก็บตัว  หลีกหนีสังคม  ร้อยละ 70 มีภาวะเครียดรุนแรง และร้อยละ 20 มีการทำร้ายตัวเอง

โรคนี้เกิดขึ้นได้กับใครบ้าง?

ความจริงแล้วโรคนี้เกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยรุ่น ช่วงอายุ 13-15 ปีขึ้นไป พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
             
ส่วนของร่างกายที่มีการคิดหมกมุ่นมากอันดับ 1 ได้แก่ ปัญหาเส้นผม เช่นผมบางหรือหนาเกินไป รองลงมาคือปัญหาเกี่ยวกับจมูก เช่น จมูกไม่โด่ง จมูกเบี้ยว และปัญหาสุขภาพผิว เช่น สิว ปาน ไฝ  ,ปัญหาเกี่ยวกับตา เช่น ตาชั้นเดียว ตาเล็ก หนังตาตก ,ปัญหาโครงสร้างร่างกาย เช่น อ้วน ผอม หรืออยากมีกล้ามเนื้อ ,ปัญหาริมฝีปาก เช่นหนาหรือบางเกินไป




แล้วเราจะสังเกตได้อย่างไรว่าเป็นโรคนี้หรือไม่?

       ในการสังเกตว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวเป็นโรคบีดีดี หรือไม่  ให้เริ่มจาก การมีความคิดว่ามีบางส่วนบนร่างกายตัวเองผิดปกติหรือมีส่วนที่ต้องการจะแก้ไขให้มันดีขึ้น คิดอยู่บ่อยๆ และทำอยู่ซ้ำๆ และพยายามอย่างมากที่จะแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามีความผิดปกตินั้น เช่น รู้สึกว่าจมูกไม่โด่ง แต่เพื่อนหรือคนรอบข้างไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น แต่ตัวเราจะคิดอยู่ตลอดเวลาว่ามันไม่ดี ไม่โด่ง ไม่สวย แล้วก็ไปทำศัลยกรรมให้โด่งขึ้น พอทำมาแล้ว ก็รู้สึกอีกแล้วว่ามันไม่สวย ต้องทำอีก หากรู้สึกว่าเป็นเช่นนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือจิตแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษา

เป็นโรคนี้ รักษาหายหรือไม่?

โรคบีดีดี...สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการรับประทานยาเพื่อปรับสารสื่อประสาทในสมองและทำจิตบำบัดปรับความคิดของผู้ป่วยควบคู่กันไป แนะนำวิธีการจัดการกับความวิตกกังวลที่เหมาะสม

ลองตรวจสอบกันดูนะคะว่า คุณ เข้าข่ายเป็นโรคนี้หรือไม่?



loading...

คำที่เกี่ยวข้อง : ##โรคบีดีดี   ##หมอมีน  




กดติดตาม ONB news คุณจะทราบข่าวสารก่อนใคร