มาตรการ"โค่นต้นกระท่อม"สะท้อนการแก้ปัญหาที่ผิดทาง?


มาตรการ"โค่นต้นกระท่อม"สะท้อนการแก้ปัญหาที่ผิดทาง?



20 มี.ค. 2561, 20:13

คอลัมน์ : รื้อสร้าง / ชัยสี่แคว

ช่วงนี้เห็นข่าว "เจ้าหน้าที่" ในหลายจังหวัดได้ ระดมโค่นทิ้ง “ต้นกระท่อม” เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดแล้ว ทำให้รู้สึกปลงๆ กับวิธีคิดของเจ้าหน้าที่รัฐเหล่านี้

เพราะว่า วิธีการนี้ นอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างแท้จริงแล้ว ยังเป็นการทำลาย "ภูมิปัญญาและพืชพันธุ์" ที่มีคุณค่าและมูลค่า ของประเทศไทยไปอย่างไม่ฉลาดเอาเสียเลย

ในประเด็นแรก : ไม่ช่วยแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างแท้จริงอย่างไร ?

สาเหตุของปัญหายาเสพติดจาก "กระท่อม" นั้นเกิดจากการนำเอาใบกระท่อม ไปผสมกับ “สารเคมี” ชนิดอื่นๆ จนออกมาเป็นยาเสพติดที่เรียกว่า “4X100 (สี่คูณร้อย)” ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 สูตรคือ 

สูตรที่ 1   ใบกระท่อม โค้ก ยาแก้ไอ นมเปรี้ยว 
สูตรที่ 2   ใบกระท่อม โค้ก ยาแก้ไอ ยากันยุง
สูตรที่ 3   ใบกระท่อม โค้ก ยาแก้ไอ กาแฟ   
 

ซึ่งต้องยอมรับว่าทั้ง “3 สูตร” มันอันตรายสุดๆ ต่อสมองและร่างกาย ซึ่งการปราบปราม "ยาเสพติดชนิดนี้” เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว  


แต่ที่ข้องใจคือ การแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยการโค่น "กระท่อม" นั้นเป็นเรื่องที่ดูไร้กึ๋นเอามากๆ   

เพราะ "กระท่อม" ไม่ได้มีโทษอย่างเดียว มันยังมีประโยชน์ด้วย โดยเฉพาะในทางยาแพทย์แผนไทย เช่น เป็นยาแก้ปวด บำรุงกำลัง  ยาลดเบาหวาน  ยาบำรุงกำลัง เป็นต้น

และในเชิงวัฒนธรรมของไทยหลายพื้นที่ มีการกิน "ใบกระท่อม"กันมานาน เพื่อช่วยบำรุงกำลัง ทำให้ทำงานขยัน แต่หากกินติดต่อกันนายเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการติด คือ ถ้าไม่ได้กินก็จะไม่มีแรงในการทำงาน  ง่วงนอนหงุดหงิด แต่ก็เลิกง่ายกว่าเหล้า บุหรี่และหมาก



ก็เหมือนๆกับการดื่ม "เครื่องดื่มบำรุงกำลัง" ที่ขายเกลื่อนกันอยู่ในขณะนี้  ซึ่ง "เครื่องดื่มบำรุงกำลัง" มีแต่น้ำตาลและสารเคมีประกอบอยู่หลายชนิด ซึ่งน่าจะเป็นอันตรายกว่าอีก


การแก้ปัญหาเรื่องนี้ จึงควรเน้นไปที่ยาเสพติด "4X100 (สี่คูณร้อย)"  ไม่ใช่มุ่งไปที่การทำลาย "ต้นกระท่อม"อย่างที่ทำกันอยู่ในตอนนี้   ด้วย 2 แนวทางหลักคือ

1.การถอดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด  เพื่อทำลาย “กลไกตลาด”  เพราะยิ่งหายาก กฎหมายห้ามจะยิ่งมีราคาแพง ทำให้เป็นการจูงใจของผู้ค้าเสพติดในการผลิตยาเสพติดชนิดนี้ เหมือนกับยาบ้าที่เต็มบ้านเต็มเมืองอยู่ในตอนนี้ 

แต่ถึงกระนั้นก็ต้องมีการควบคุมและปฏิบัติการตามฎหมายที่เข้มข้น โดยห้ามนำไป“ต้ม”อย่างเด็ดขาด 

2.ดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังกับ พ่อค้า  นักธุรกิจ  และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เข้าไปมีส่วนร่วมพัวพันแสวงหาผลประโยชน์จากยาเสพติด "4X100 (สี่คูณร้อย)


ในประเด็นที่ 2 -เป็นการทำลายภูมิปัญญาและพืชพันธุ์ที่มีค่าของแผ่นดิน  

กล่าวคือ  1."กระท่อม"เป็นสมุนไพรที่มีระบุไว้ในตำรับยาหลายขนานที่ใช้แก้ปัญหาสาธารณสุขในยุคก่อนปี 2500 อาทิ  ท้องเสีย ปวดท้อง ระงับประสาท เบาหวาน  รักษาเริมงูสวัด ยาสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร เป็นต้น ซึ่งการส่งเสริมให้มีการใช้ในเชิงยาจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยาได้ง่าย ลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ ซึ่งมูลค่าการนำเข้า “ยารักษาโรค” ของไทยตกปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท  
     
2."กระท่อม" มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ที่สูง แถมจะช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะชาวสวนยาง โดยในปัจจุบันหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ  มีการพัฒนาสารออกฤทธิ์จากกระท่อม 

และอาจจะจดสิทธิบัตรเป็นยาแก้ปวด แล้วส่งมาขายคนไทย เหมือน "ต้นเปล้าน้อย" พืชพื้นเมืองของไทย  ที่ถูก “ญี่ปุ่น “จดสิทธิบัตรแล้วส่งกลับมาขาย “คนไทย”อยู่ในขณะนี้  

หรือ แม้กระทั่ง “มาเลเซีย”ที่มีการส่งเสริมการปลูกและมีการบรรจุเป็น “แค๊ปซูล” ส่งขายทั่วโลกในขณะนี้ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการขาด”วิสัยทัศน์” ภาครัฐของไทย

ดังนั้นแล้ว เรื่องของ "กระท่อม" หากยังแก้ปัญหาไม่ถูกจุด และปล่อยให้ “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ยังทำและคิดอย่างนี้ต่อไป...ถึงวันนั้นมันอาจจะสายไปแบบ "สมุนไพรเปล้าน้อย" ก็เป็นได้!!!!



คำที่เกี่ยวข้อง : #ต้นกระท่อม  





ติดตาม ONB NEWS Fans Page







ข่าวน่าสนใจ




















กดติดตาม ONB news คุณจะทราบข่าวสารก่อนใคร