ฟังแล้วขนลุก !! พล.ต.อ.จักรทิพย์ พูดชัดคดีนี้ต้องมีคนถูกดำเนินคดี  ลั่นคล้ายกับคดีครูจอมทรัพย์ มีการกระทำเป็นขบวนการ

ฟังแล้วขนลุก !! พล.ต.อ.จักรทิพย์ พูดชัดคดีนี้ต้องมีคนถูกดำเนินคดี  ลั่นคล้ายกับคดีครูจอมทรัพย์ มีการกระทำเป็นขบวนการ


13 ก.พ. 2561, 13:31


 

          13 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยมี พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) เดินทางเข้าร่วมประชุมด้วย
          พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า ตนยังไม่อยากจะกล่าวอะไรมาก เพราะมีคนพูดกันเยอะแล้วสำหรับกรณีที่เกิดขึ้น อยากให้สื่อมวลชนรอสักนิดหนึ่ง ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง และตอบสังคมได้
          อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถ้ามองในแง่ดี ก็ถือว่าเป็นกรณีศึกษา เป็นปรากฎการณ์ของสังคม เป็นอะไรที่ต้องไม่มองว่าเป็นเพียงแค่คดีๆหนึ่ง แต่ต้องมองในภาพรวมว่าเป็นเรื่องที่น่าศึกษาว่ามันเกิดกรณีอย่างนี้ขึ้นได้อย่างไร แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงกระบวนการการดำเนินคดีในชั้นศาล แต่ทางจิตวิทยาก็น่าจะตอบคำถามได้ นักวิชาการเขาคิดวิเคราะห์จากเหตุการณ์มาโดยลำดับ ก็น่าจะตอบคำถามได้ว่าใครตัวจริง ใครตัวปลอม ส่วนการดำเนินการของตำรวจคาดว่าไม่น่าเกินสิ้นเดือน ก.พ.นี้ ก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์
          “ขณะนี้การสอบสวนหาพยานหลักฐานของ บช.ก. ร่วมกับ บก.ป. มีความคืบหน้าจนได้พยานหลักฐานมาพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นเจ้าของตัวจริงแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครอบคลุมชัดเจนก่อน” ผบช.ก. กล่าว
          ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า คดีนี้ตนได้สั่งการให้โอนสำนวนคดีมาให้ บก.ป.ดำเนินการแทน ซึ่งจริงๆ แล้ว บก.ป.มีอำนาจในการสอบสวนทั่วราชอาณาจักรอยู่แล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน ซึ่งตนมอบหมายให้ พล.ต.ท.ฐิติราช รับผิดชอบ แต่ที่สำคัญคือเรื่องของระยะเวลาที่ไม่อยากให้เกินภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วนการดำเนินการจะมีประเด็นใดที่แตกต่างจากสำนวนการสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 7 คงขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและเรื่องของนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งตนได้ฟังบรรยายสรุปจากทาง ผบช.ก.แล้ว
          ผบ.ตร. กล่าวถึงคดีความต่างๆ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในพื้นที่ ก็สามารถที่จะร้องทุกข์เพื่อดำเนินการที่ บก.ป.ได้เช่นเดียวกัน แต่กรณีนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว รวมทั้งมีการกระทำกันเป็นขบวนการ ต่างฝ่ายต่างอ้างว่ามีพยานหลักฐาน ตนจึงพิจารณาให้โอนคดีมายัง บก.ป.สำหรับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นอยู่ในสำนวนคดีแล้ว ตนคงไม่ขอลงรายละเอียด ขณะที่พยานในคดีหากมีผู้ใดที่ยังเกี่ยวข้อง ก็คงต้องสอบปากคำทั้งหมดทุกราย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจในพื้นที่หรือไม่
          ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่อาจจะมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีด้วยนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตนคงไม่ขอกล่าวถึงเพราะเป็นรายละเอียดในสำนวนคดี แต่ยืนยันว่าคดีนี้ถึงที่สุดจะต้องมีผู้ถูกดำเนินคดีแน่นอนอยู่แล้ว ซึ่งความเห็นส่วนตัวตนก็ยังมองว่าคดีที่เกิดขึ้นก็คล้ายกับคดีครูจอมทรัพย์ ซึ่งตนโอนสำนวนคดีมาให้ บก.ป.ก็เนื่องจากมีเหตุผล 3 ส่วน คือ 1.เรื่องของการไม่ได้รับความเป็นธรรม 2.ประชาชนให้ความสนใจ และ 3.มีการกระทำเป็นขบวนการ

 



ด้าน ทนาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ก็ได้โพสต์คลิป คำสัมภาษณ์  พล.ต.อ.จักรทิพย์  พร้อมข้อความว่า

เมื่อคำถามคือ #เป็นขบวนการไหมครับ
คำตอบที่ได้ก็คือ การที่โอนสำนวนมาให้กองปราบทำ
1. ไม่ได้รับความเป็นธรรม
2. ประชาชนสนใจ
3. #เป็นขบวนการ

ในขบวนการนี้จะเป็นขบวนการมืออาชีพ หรือ ตกลงช่วยกันร่วมมือในรูปแบบคนรู้จักจนสร้างขบวนการตบทรัพย์ขึ้นมานั้น เมื่อมีการกระทำความผิดโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแล้วต้องร่วมกันรับโทษด้วยกัน

ซึ่งในเรื่องนี้ผมเคยยืนยันตั้งแต่แรกแล้วว่ามีการทำ #เป็นขบวนการ ก็อยากให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ช่วยทำเรื่องนี้ให้สังคมได้ประจักษ์ และขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง



 

 



คำที่เกี่ยวข้อง : #พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา  


ติดตาม ONB NEWS Fans Page





ข่าวน่าสนใจ